Old Board
กันยายน 02, 2014, 01:39:18 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: SMF - Just Installed!
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: นิทานก่อนนอน  (อ่าน 3693 ครั้ง)
s.t.
Jr. Member
**
กระทู้: 198


สวัสดีจ้า


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: ธันวาคม 16, 2002, 02:31:57 PM »

นิทานก่อนนอน เรื่อง เล่าปี่กับขงเบ้ง
                                         เล่า โดย  ลุง ศ.  ตั้งจิต   10 พ.ย. 2545
               
                กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ที่เมืองจีน ในสมัยของ สามก๊ก มีบุรุษท่านหนึ่งเก่งมาก ทั้งเชี่ยวชาญ ในการวางแผนการรบ เก่ง มีคุณธรรม  และฉลาด ในทุกด้าน จนมีฉายาว่า ผู้หยั่งรู้ ดินฟ้ามหาสมุทร เขาคือ ขงเบ้ง.
                 ในเมืองจีน สมัยนั้น เกิดความแตกแยกกัน แบ่งเป็นก๊กใหญ่ๆ ๓ ก๊ก มีผู้นำอยู่ก๊กหนึ่ง  เขาเป็นพี่น้องร่วมสาบานของ กวนอู หน้าแดง เทพเจ้าแห่งความซี่อสัตย์ และ
เตียวหุย คนใจร้อน เขาคือ เล่าปี่ พี่ใหญ่ เป็นคนดี  มีคุณธรรมในด้าน  การเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน จนมีผู้ให้สมญานามว่า มือประสานสิบทิศ คือ ไหว้นอบน้อมต่อคนดีได้ทั้ง
สิบทิศ ( เหมือน ภราดร ที่ตีเทนนิส ไม่ว่า แพ้ หรือ ชนะ จะไหว้คนดู 4 ทิศ ) แต่กับคนชั่วแล้ว เขาไม่ยอมแม้แต่จะก้มหัวให้.
                  พอมีคนบอกว่า ขงเบ้ง เก่ง ควรไปเชิญ ขงเบ้ง มาร่วมทำงานกู้ชาติด้วย เล่าปี่พร้อมกับน้องชายร่วมสาบาน สองคนคือ กวนอู และเตียวหุยไปเชิญ ขงเบ้ง ถึง 3 ครั้ง กว่าจะได้ขงเบ้งมาเป็นพวก.
                  ครั้งแรก ขงเบ้งไม่อยู่  
                  ครั้งที่สอง ขงเบ้งอยู่ แต่แกล้งไม่อยู่
                  ครั้งที่สาม อยู่แต่แกล้งหลับ เพื่อลองใจดูว่า เล่าปี่ ท่านนี้จะอดทนไหวไหม? เล่าปี่ รออยู่หน้าบ้าน ครึ่งค่อนวัน จนเตึยวหุยทนไม่ได้ ว่า พี่ใหญ่กลับเถอะ คนอะไร? ไม่รู้ เสียมารยาท ไปหาคนอื่นดีกว่า
                 “ ถ้าน้องเตียวหุย ทนไม่ได้ ก็กลับก่อน พี่จะรอจนกว่าท่านขงเบ้งตื่น “ ด้วยคำพูดที่จริงใจ ของเล่าปี่ ทำให้ขงเบ้ง เปิดประตูบ้าน และยอมรับเล่าปี่เป็นหัวหน้าของตน.
                 ถาม ระหว่างขงเบ้ง กับเล่าปี่ ใครเก่งกว่า ? คำตอบ ขงเบ้งเก่งกว่า.
                 ถาม  ระหว่าง ขงเบ้ง กับ เล่าปี่ ใครเป็นหัวหน้า ? คำตอบ เล่าปี่ เพราะอะไร ? เพราะ เล่าปี่ เป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน ดังนั้นใครเป็นหัวหน้าห้อง ต้องมีคุณสมบัติข้อหนึ่ง คือความอ่อนน้อมถ่อมตน แต่ไม่ใช่อ่อนแอ ดังคำกลอน

                                               หลายร้อยธาร
                                  อันทะเล แลแม่น้ำ ซึ่งนำสาย
                              จากธารหลาย ร้อยธาร ที่ธารไหล
                              สู่แม่น้ำ ต่ำกว่า อีกกว้างไกล
                              แม่น้ำใน ที่ชึ่ง รวมสายธาร
                              เปรียบได้ดั่ง ปราชญ์เลิศ ประเสริฐแท้
                              ย่อมถ่อมแน่ แท้ถ่อมตัว ในสัณฐาน
                              อยู่เหนือชน คนรัก มิหนักนาน
                              แม้นำการ ก็บ่ ได้ ให้อายใคร.
                                                       
                                              แต่งเมื่อปลายเดือนตุลาคม  พ.ศ.  2516
                                                                   ศ.  ตั้งจิต
        -----------------------------------------จบ------------------------------------------------------
“ วันนี้เธอได้ทำอะไร?ให้เป็นประโยชน์แก่ตัวเอง ,แก่ครอบครัว และ ประเทศชาติ แล้วหรือยัง ? “


นิทานก่อนนอนในวันนี้ (เรื่องที่ 3)
                                    เรื่อง หน้าที่พ่อ
                                                  เล่าโดย ลุง ศ.  ตั้งจิต

           กาลครั้งหนึ่งไม่นานมานี้ มีเด็กผู้ชายคนหนึ่ง วิ่งออกจากบ้านที่เป็นกระต๊อบ ริมถนนใหญ่ โดยวิ่งตัดหน้ารถยนตร์ของพรชัยที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูง หยุดรถไม่ทัน ทำให้เด็กน้อยวัย 10 ปีเสียชีวิตทันที.
          พ่อของเด็กน้อย วิ่งตามลูกชายออกมา แต่ทำอะไรไม่ได้  ได้แต่เสียใจร้องไห้กอดศพลูกชาย เอาแต่ด่าพรชัย คนขับรถ อย่างสาดเสียเทเสีย ที่ทำให้บุตรชายของตนตาย.
          อุบัติเหตุในครั้งนี้ ทำเอาพรชัยเสียใจ และตีอกชกหัวตัวเอง ที่ขับรถเร็วจนถึงกับชนเด็กชายวัยน่ารัก ต้องตายจากโลกนี้ไป อย่างไม่มีวันกลับมาให้พ่อโอบกอดอีกครั้งได้เลย.
         ในที่เกิดเหตุ พ่อของเด็กน้อยอยู่ในอาการเมาเหล้า ด้วยความเมาและโมโห ถึงกับจะชักปืนยิงพรชัย  จนตำรวจที่มาดูแลต้องเข้ามาห้ามปราม  และเชิญทั้งคู่ มาดำเนินคดีที่สถานีตำรวจ.
           หลังจากหายจากอาการเมาเหล้าแล้ว พ่อของเด็กน้อยก็ได้เล่าความจริงกับตำรวจว่า  ตนเองเป็นคนติดเหล้า จนถึงขั้นแม่ของเด็ก ทนไม่ได้ จึงทะเลาะกันบ่อย ถึงขั้นตบตีภรรยา ในที่สุดวันเกิดเหตุภรรยาได้ขนของหนีออกจากบ้านไปแล้ว จึงเกิดความกลุ้มใจ กินเหล้าแต่เช้า.
            เห็นอะไรขวางหูขวางตาไปหมด รวมทั้งลูกชายด้วย หาว่าลูกชายไม่บอกว่าแม่เตรียมกระเป๋าเสื้อผ้า ตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว ด้วยความเมาจึงตีบุตรชาย ทำให้บุตรชายวิ่งหนีจากบ้าน ออกถนนใหญ่ .
           ประจวบกับพรชัยขับรถมาด้วยความเร็ว แม้จะมีป้ายจราจร จำกัดความเร็วก็ตาม
ทำให้เด็กน้อยเคราะห์ร้าย ต้องเสียชีวิตในวันนั้น.
           นิทานเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า ถ้าพรชัยขับรถช้าหน่อย และต้องมีกฎจราจรในหัวใจ รวมทั้งพ่อของเด็ก ทำหน้าที่พ่ออย่างเต็มหน้าที่ คือไม่กินเหล้า ไม่เตะเมีย ไม่ตีลูก เรื่องเศร้าคงไม่เกิดขึ้น.
              ……………………………….   จบ  ………………………………….                      
บันทึกการเข้า
s.t.
Jr. Member
**
กระทู้: 198


สวัสดีจ้า


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: ธันวาคม 17, 2002, 11:25:32 AM »

 ยิ้มกว้างๆ
     นิทานก่อนนอน (เรื่องที่สี่ )
                                             เรื่อง ห้าสิบหัวเราะ แปดสิบร้องไห้.
                                                                                    เขียนโดย ลุง ศ. ตั้งจิต
                   กาลครั้งหนึ่งไม่นานมานี้ มีนักเรียนมารับผลการเรียน หลังจากสอบเสร็จไปแล้ว หลายวัน ครูได้นำข้อสอบไปตรวจแล้ว
                    วันนี้ครูนำผลสอบกลับมาเป็นสมุดพก
                     ด.ช.เก่ง พอเห็นผลสอบแล้วว่า เขาได้ 50 เปอร์เซ็นต์ เขาหัวเราะอย่างมีความสุข.
                      ด.ช.เด่น พอเห็นผลสอบแล้วว่า เขาได้ 80 เปอร์เซ็นต์ เขากลับร้องไห้อย่างมีความทุกข์
                      เป็นเพราะว่า  ทุกครั้งที่สอบ เก่งมักจะสอบตกเสมอ มักจะได้ 45-47 เปอร์เซ็นต์ วันนี้เขาสอบได้ เขาดีใจมาก จึงหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข.
                       ส่วน เด่น มักจะสอบได้ 90 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป วันนี้เขาสอบได้ต่ำกว่าที่เคยได้ เขาเสียใจมาก จึงร้องไห้อย่างมีความทุกข์.
                       นิทานเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า เมื่อแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว จงพอใจในสิ่งที่มีอยู่ ไม่ได้หมายความว่า ไม่ให้กระตือรือร้น ขวนขวาย เพียรพยายามใหม่ ทำให้ดีกว่าเก่า ….แต่ให้ทำใจให้ได้ แล้วแก้ไข พยายามใหม่ ล้มแล้วต้องลุกขึ้นมาให้ได้.
                         สู้ พ่ายแพ้ สู้ใหม่ พ่ายแพ้ สู้ใหม่ จนชัยได้มา……
    ………………………………….. จบ…………………………………………….









นิทานก่อนนอนในวันนี้ เรื่องที่ 3
บันทึกการเข้า
White Dove
Full Member
***
กระทู้: 337


สวัสดีจ้า


ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: ธันวาคม 17, 2002, 03:05:08 PM »

THANK YOU VERY MUCH.
อ่านก่อนนอนแล้วหลับฝันดีครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 17, 2002, 03:10:02 PM โดย White Dove » บันทึกการเข้า
s.t.
Jr. Member
**
กระทู้: 198


สวัสดีจ้า


ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: ธันวาคม 24, 2002, 05:01:57 AM »

 ยิ้มกว้างๆนิทานก่อนนอน เรื่องที่ 5
                                  เรื่อง ลูกหินเลี้ยงพ่อ
                                               เล่าโดย   ลุง ศ. ตั้งจิต (ศุกร์ 20 ธ.ค. 2545)

                             กาลครั้งหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ มีพ่อคนหนึ่งได้สูญเสียภรรยาสุดที่รักไปหลายปีแล้ว พ่อมีลูกชายหกคน มีลูกสาวหกคน ทุกคนได้แต่งงานไปหมดแล้ว .
                            ในวัยหนุ่มพ่อเป็นคนไร้การศึกษา งานที่ทำ ต้องใช้แรงงานเข้าแลก รายได้น้อย จนพัฒนาตัวเองมาเป็น คนขับรถแท็กซี่ ต่อมาเปลี่ยนอาชีพเป็นเจ้าของโรงงานเล็กๆ แล้วค่อยๆเติบโดเป็นโรงงานใหญ่ พ่อเป็นคนดี และเป็นเศรษฐี คิดอย่างซื่อๆว่า ตัวเองลำบากมาก กว่าจะตั้งตัวได้ .
                         ถ้าให้ลูกๆเรียนหนังสือ คงจะดีกว่าให้สมบัติ เพราะเมื่อมีความรู้แล้ว พวกเขาใช้ความรู้ไปทำมาหากินได้ตลอดชีวิต จึงส่งเสริมทั้งลูกสาวลูกชาย เรียนจนจบในสาขาวิชาที่พวกเขารัก.
                         ถึงวันหนึ่งที่ชายแก่ คิดจะปลดเกษียณตัวเอง จึงเรียกลูกๆมาพบ ด้วยความมั่นใจในตนเอง คิดว่าลูกชายลูกสาวเป็นคนดี มีความกตัญญู รู้คุณกับพ่อแม่ จึงแบ่งสมบัติให้ลูกๆทุกคนอย่างดีและยุติธรรม
                        เมื่อแบ่งสมบัติไปแล้ว ในวัยชราพ่อได้ไปอาศัยกับลูกสาว คนโตหวังฝากผีฝากไข้ เพราะเห็นเป็นเด็กกตัญญู ใหม่ๆก็ไม่มีใครว่า
อะไร ? แต่พอนานเข้า เสียงลูกเขยบ่นด่าพ่อตา กับ หลานๆด้วย “ ทำไมตาอยู่บ้านเรานานจัง ทำไมไม่ไปบ้านลูกชายบ้าง ? “
                         แม้ลูกสาวกตัญญู แต่พ่อก็ทนเห็น ลูกสาวทะเลาะกับลูกเขยไม่ได้จึงขอไปอยู่กับลูกชาย  คนอื่นบ้าง.
                         ใหม่ๆลูกชายคนโต กตัญญูดี แต่นานเข้าลูกสะใภ้ เริ่มบ่น และในที่สุดก็ทะเลาะกัน ทำให้อดีตเศรษฐี ต้องย้ายไปบ้านอื่น แล้วทุกบ้านก็เหมือนกัน.
                        ทำให้อดีตเศรษฐี ค้นพบความจริงว่า เมื่อแบ่งสมบัติให้ลูกไปแล้ว แม้ลูกชายลูกสาวกตัญญู แต่ลูกเขยลูกสะใภ้ ไม่ใช่ลูกเรา เมื่อไม่มีผลประโยชน์ พวกเขาก็เย็นชา บางคนหาเรื่องทะเลาะกัน.
                        ดังนั้นอดีตเศรษฐีหายไป 3 ปี ลูกๆเข้าใจว่า ไปอยู่บ้านพี่น้องคนอื่น บางคนรู้ก็แกล้งเฉย.
                        ในที่สุดอดีตเศรษฐีกลับมา พร้อมตู้เซพใบใหญ่   พร้อมกับเรียก ลูกชายลูกสะใภ้ ลูกสาวลูกเขย และทนายประจำตระกูล มาทำพินัยกรรม ว่าพ่อหายไปหลายปี เพราะเคยลงทุนทำเหมืองกับเพื่อนคนหนึ่ง แต่คิดว่า เจ๊งไปแล้ว และเมื่อไปเยี่ยมเพื่อนๆ ได้บอกว่ากิจการมีกำไรมาตลอด
จึงแบ่งเงินมาให้อดีตเศรษฐี ที่อยู่ในตู้นิรภัยนี้.
                         โดยเขียนพินัยกรรมว่า  ถ้าลูกคนไหน?รับไปเลี้ยงและดูแล
เป็นอย่างดี โดยให้ทนายจดบันทึกจำนวนวันไว้ บ้านไหน? ที่เขาไปอยู่ด้วยนานที่สุด เงินก้อนนี้ก็ขอให้ตกเป็นของคนนั้น.
                          ลูกๆเริ่มทะเลาะกันว่าจะรับพ่อไปอยู่ด้วย ในที่สุดตกลงว่า
มีลูกสิบสองคน จึงแบ่งกันไปอยู่กับลูกคนละ 1 เดือน ทั้งลูกเขยลูกสะใภ้ก็เอาใจพ่อตาพ่อผัวเป็นอย่างดี.
                         เมื่อพ่อตายลงแล้ว ถึงเวลาแบ่งพินัยกรรม เปิดตู้นิรภัยออกมา ไม่มีเงินทองของมีค่าอะไรทั้งสิ้น มีแต่ก้อนหิน และมีข้อความว่า ขอบใจก้อนหินนะลูก ที่เลี้ยงดูพ่ออย่างดีมาหลายปี.
                        นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เด็กๆไม่เพียงแต่ ต้องกตัญญูกับพ่อแม่เท่านั้น  เด็กๆยังต้องกตัญญูกับ คุณปู่คุณย่า อากงอาม่าด้วย เพราะถ้าไม่มีท่านในวันนั้น ก็ไม่มีเราในวันนี้เหมือนกัน จริงไหม?

………………………………จบ…………………………………………
                                             
บันทึกการเข้า
White Dove
Full Member
***
กระทู้: 337


สวัสดีจ้า


ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: ธันวาคม 24, 2002, 11:34:57 AM »

[size=40]จริงครับ[/size]
บันทึกการเข้า
baitong
Full Member
***
กระทู้: 338


ขอบคุณดวงดาว ดวงตา ดวงใจ ที่ให้เขียน


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: ธันวาคม 30, 2002, 11:38:06 PM »

ขออนุญาติลอกนิทานไปให้น้อง ๆ เพื่อน ๆ อ่านหน่อยนะคะ อย่าว่า ขโมยสมองเลย....แต่เรื่องมันน่าสนใจน่ะคะ ต้องขอโทษทุกคนเป็นอย่างมาก
บันทึกการเข้า

เมื่อยืนหยัดต่อสู้ผู้กดขี่
ประชาชนย่อมมีชีวิตใหม่
เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ
ประชาชนย่อมเป็นใหญ่ในแผ่นดิน
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1 RC3 | SMF © 2001-2006, Lewis Media | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!